Make your own free website on Tripod.com
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย

 

ตราประจำจังหวัดเลย
คำขวัญจังหวัดเลย
เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้สามฤดู
ธงประจำจังหวัดเลย
ธงสีฟ้ามีตราประจำจังหวัดเลย เป็นรูปพระธาตุสีสองรักอยู่ในวงกลมบนพื้นผ้าทั้งสองด้าน
ต้นไม้ประจำจังหวัด
ชื่อ พรรณไม้ สนสามใบ

ประวัติเมืองเลย

ดินแดนซึ่งเป็นที่ก่อตั้งของจังหวัดเลย มีหลักฐานและประวัติความเป็นมาว่าก่อตั้งโดยชนเผ่าไทยที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่ก่อตั้งอาณาจักรโยนก โดยพ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง ได้อพยพผู้คนจากอาณาจักรโยนกที่ล่มสลายแล้ว ผ่านดินแดนล้านช้าง ข้ามลำน้ำเหืองขึ้นไปทางฝั่งขวาของลำน้ำหมันจนถึงบริเวณที่ราบ พ่อขุนผาเมืองได้ตั้งบ้านด่านขวา ส่วนพ่อขุนบางกลางหาวได้แบ่งไพร่พลข้ามลำน้ำหมันไปทางฝั่งซ้าย สร้างบ้านด่านซ้าย

จากนั้นได้อพยพขึ้นไปตามลำน้ำและได้สร้างบ้านหนองคูขึ้น พร้อมกับนำชื่อหมู่บ้านด่านซ้ายมาขนานนามหมู่บ้านหนองคูใหม่เป็นเมืองด่านซ้าย และอพยพไปอยู่ที่บางยางในที่สุด ต่อมามีชาวโยนกกลุ่มหนุ่งได้อพยพมาตั้งบ้านเรือนระหว่างชายแดนตอนใต้ของอาณาเขตล้านช้างอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่จะอพยพหนีภัยสงครามข้ามลำน้ำเหืองมาตั้งเมืองเซไลขึ้น จากหลักฐานสมุดข่อยที่มีการค้นพบเมืองเซไลอยู่ด้วยความสงบร่มเย็นมาจนกระทั่งถึงสมัยเจ้าเมืองคนที่ 5 เกิดทุพภิกขภัยขึ้นจึงได้พาผู้คนอพยพไปตามลำแม่น้ำเซไล และได้ตั้งบ้านเรือนขึ้น ขนานนามว่า "ห้วยหมาน" ในปี 2396

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพิจารณาเห็นว่าหมู่บ้านแฮ่ ซึ่งตั้งอยู่ริมห้วยน้ำหมานและอยู่ใกล้กับแม่น้ำเลย มีผู้คนเพิ่มมากขึ้น สมควรจะได้ตั้งเป็นเมืองเพื่อประโยชน์ในการปกครองอย่างใกล้ชิด จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นเมือง เรียกชื่อตามนามของแม่น้ำเลยว่า "เมืองเลย" ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองพื้นที่ ร.ศ.116 แบ่งการปกครองเมืองเลยออกเป็น 4 อำเภอ อำเภอที่ตั้งเมืองคือ อำเภอกุดป่อง ในปี พ.ศ.2442-2449 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเลยเป็นบริเวณลำน้ำเหือง และในปี 2450 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2450 ยกเลิกบริเวณลำน้ำเหืองให้คงเหลือไว้เฉพาะเมืองเลย โดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอกุดป่อง เป็น อำเภอเมืองเลย จนถึงปัจจุบัน

ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 9,000 ปี ยุคหิน วัฒนธรรมโฮบินเนียนตอนปลาย ครั้งที่มนุษย์ยังเร่ร่อนยังชีพด้วยการเก็บของป่าล่าสัตว์และเก็บพืชพันธุ์ในป่าเป็นอาหาร มีการค้นพบหลักฐานพวกเครื่องมือหินกะเทาะ ซึ่งทำจากกรวดแม่น้ำ และเศษภาชนะดินเผา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ในท้องที่อำเภอเชียงคาน 5,000 ปี ยุคหิน ร่วมสมัยกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี มีการค้นพบหลักฐานคือเครื่องมือหินขัด เช่น ขวานหินขัด และกำไลหิน กระจายอยู่ตามแหล่งต่าง ๆ เกือบ 100 แห่ง ในท้องที่อำเภอท่าลี่ อำเภอปากชม และอำเภอเชียงคาน ทางตอนเหนือ ต่อลงมาตามแนวที่ราบตอนกลาง และตอนใต้ของจังหวัด ในบริเวณอำเภอเมืองเลย และอำเภอวังสะพุง 4,000-2,000 ปี ยุคสัมฤทธิ์ พบหลักฐานที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่า มีการขุดแร่เหล็กและทองแดงในบริเวณอำเภอปากชม และอำเภอเมืองเลย ขึ้นมาใช้ ยุคประวัติศาสตร์ พุทธศตวรรษที่ 13-17 ยุคทราวดี พบใบเสมาหินที่ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง พุทธศตวรรษที่ 21 เกิดการสร้างบ้านแปงเมืองสามแห่งในพื้นที่จังหวัดเลย คือ บ้านเซไล ในที่ราบลุ่มตอนกลางของจังหวัด เมืองเชียงคาน ทางตอนเหนือ ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง และเมืองด่านซ้าย ทางทิศตะวันตก

เมืองทั้งสามแห่งนี้และเมืองใกล้เคียงภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านช้าง พ.ศ.2103 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา กับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ทรงร่วมกันสร้างพระธาตุศรีสองรักขึ้น ที่เมืองด่านซ้าย เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำสัมพันธไมตรีระหว่างสองอาณาจักรคือ อยุธยากับล้านช้างขณะนั้นพม่าในรัชสมัยพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ถึงสมัยพระเจ้าบุเรงนอง กำลังแผ่ขยายอำนาจเข้ามายังลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำโขง พ.ศ. 2220 มีจารึกการสร้างที่วัดศรีภูมิ ตำบลกุดป่อง ซึ่งเมืองด่านซ่ายและเมืองเชียงคาน เป็นเมืองที่ถูกเอ่ยถึงในประวัติศาสตร์ ส่วนร่องรอยของเมืองในสมัยโบราณเป็นคูเมือง เช่น เมืองตูม ที่อำเภอท่าลี่ พ.ศ. 2238 เกิดความวุ่นวายในอาณาจักรล้านนา เป็นเหตุให้ต้องแบ่งแยกออกเป็น 2 แคว้น คือ หลวงพระบางทางเหนือ และเวียงจันทน์ทางใต้ เมืองเชียงคานกลายเป็นเมืองหน้าด่านของหลวงพระบาง ป้องกันการรุกรานจากฝ่ายเวียงจันทน์ ขณะนั้นเมืองเชียงคานตั้งอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงในอาณาเขตประเทศลาว พ.ศ.2321 ลานช้างรวมทั้งเชียงคาน ตกเป็นประเทศราชของไทยในสมัยกรุงธนบุรี พ.ศ.2396 เลยได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองเลย ขึ้นกับมณฑลอุดร รัชกาลที่ 4

โปรดเกล้าฯ ตั้งท้าวคำแสนเป็น "หลวงศรีสงคราม" เจ้าเมืองคนแรก พ.ศ.2446 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส จนไทยต้องเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส คนจากเมืองเชียงคานเดิมจึงอพยพมาตั้งบ้านเมืองใหม่อยู่ฝั่งไทย โดยใช้ชื่อเดิมคือ เชียงคาน พ.ศ.2476 ยกฐานะเมืองเลย ขึ้นเป็นจังหวัด พ.ศ.2504 ตัดทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 201 เชื่อมขอนแก่นกับเมืองเลย ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม นับเป็นการเปิดเมืองเลยออกสู่โลกภายนอก เส้นทางสายนี้ยังทำให้คนจากต่างถิ่นอพยพเข้าสู่เมืองเลยมากขึ้น พ.ศ.2535 พัฒนาเมืองเลย เป็นศูนย์สนับสนุนการท่องเที่ยวบริเวณริมแม่น้ำโขง พ.ศ.2440

มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองพื้นที่ ร.ศ.116 แบ่งการปกครองเมืองเลย ออกเป็น 4 อำเภอ อำเภอที่ตั้งเมือง คือ อำเภอกุดป่อง พ.ศ.2442-2449 เปลี่ยนชื่อเมืองเลย เป็นบริเวณลำน้ำเลย พ.ศ.2559-24450 เปลี่ยนชื่อเมืองเลย เป็นบริเวณลำน้ำเหือง พ.ศ.2450 มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2450 ยกเลิกบริเวณลำน้ำเหือง ให้คงเหลือไว้เฉพาะเมืองเลย โดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอกุดป่อง เป็นอำเภอเมืองเลย จนถึงปัจจุบัน ให้คงเหลือไว้เฉพาะเมืองเลยโดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอกุดป่อง เป็นอำเภอเมืองเลย จนถึงปัจจุบัน

แผนที่จังหวัดเลย

สภาพทั่วไป

จังหวัดเลย เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ติดต่อกับภาคเหนือ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก และอุตรดิตถ์ มีแม่น้ำเหืองกั้นเป็นเขตแดนกับฝั่งขวาของแม่น้ำโขงที่แขวงไชยะบูลี มีแม่น้ำโขงกั้นเป็นเขตแดนกับฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงที่เป็นแขวงเวียงจันทน์ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

จังหวัดเลยอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 520 กม. มีพื้นที่ 11,426.612 ตร.กม. สภาพภูมิประเทศ พื้นที่จังหวัดเลยตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราช ท่ามกลางภูเขาน้อยใหญ่ที่สลับซับซ้อนเป็นกำแพงปิดล้อมเกือบทุกด้าน ทำให้จังหวัดเลยมีลักษณะเป็น "เมืองแห่งทะเลภูเขา" นอกจากนี้ทางตอนเหนือก็ยังมีแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหืองไหลเป็นพรมแดนกั้นเมืองเลยออกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ดังนั้น นอกเหนือจากฉายาเมืองแห่งทะเลภูเขาแล้ว เมืองเลยยังได้ชื่อว่าเป็น "สุดหนาวในสยาม" อีกด้วย

อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดหนองคาย และจังหวัดหนองบัวลำภู ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก สภาพภูมิอากาศ ภูมิอากาศของจังหวัดเลย มีลักษณะคล้ายกับภาคเหนือ คือ มีอากาศหนาวเย็น และมีหมอกปกคลุมอยู่เสมอ

ทั้งนี้ เนื่องจากเมืองเลยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดพาเอาความหนาวเย็นจากประเทศจีนมาให้อย่างเต็มที่ และทางตอนบนของจังหวัดยังมีภูมิประเทศที่เปิดโล่ง ลมหนาวจึงพัดผ่านเข้ามาโดยไม่มีขุนเขาขวางกั้น ความหนาวเย็นนั้นทำให้เกิดปรากฎการณ์น้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง หรือที่ชาวเลยเรียกกันว่า "แม่คะนิ้ง" โดยเฉพาะอำเภอภูเรือซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความหนาวเย็น จนเคยติดอันดับอุณหภูมิต่ำสุด - 0.3 องศาเซลเซียส ในเดือนมกราคม พ.ศ.2517 ทั้งยังเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่เคยมีอากาศหนาวจัด จนอุณหภูมิลดลงถึง 0 องศาเซลเซียส การปกครอง

จังหวัดเลยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่

อำเภอเมืองเลย

อำเภอภูหลวง อำเภอปากชม

อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอนาแห้ว

อำเภอนาด้วง อำเภอผาขาวกิ่ง อำเภอเอราวัณ

อำเภอเชียงคานอำเภอภูกระดึง กิ่งอำเภอหนองหิน

อำเภอท่าลี่ อำเภอด่านซ้าย

สภาพเศรษฐกิจ สภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดเลย จัดเป็นอันดับที่ 60 ของประเทศไทย โดยประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 27,186 บาทต่อปี รายได้ส่วนใหญ่อยู่กับสาขาเกษตรมากที่สุดถึงร้อยละ 29.17 รองลงมาเป็นสาขาค้าส่งและค้าปลีกร้อยละ 17.85 และสาขาการบริการร้อยละ 16.83 ทั้งยังมีการค้าชายแดนไทย-ลาว ด้วย เนื่องจากจังหวัดเลยมีชายแดนติดต่อกับประเทศลาว โดยมีแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงแบ่งเขตแดน ความยาวรวมถึง 194 กม. ทำให้ประชาชนไทย-ลาว ข้ามไปมาหาสู่เพื่อติดต่อนำเข้าและส่งออกสินค้ากัน พืชเศรษฐกิจของจังหวัดเลย ที่มีการเพาะปลูก ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง พริก ไม้ผล และยางพารา


แหล่งท่องเที่ยว จองที่พัก- บริการ ร้านอาหาร ประวัติส่วนตัว